ศบค.เผยยอดผู้ติดเชื้อโควิด 5 เมษายน รายใหม่อีก 102 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 3 ราย




อัปเดตข่าวโควิดล่าสุด วันที่ 5 เมษายน 2563 นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรน่า 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. เปิดเผยว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของโวรัสโควิด พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 102 ราย เสียชีวิตเพิ่มอีก 3 ราย รักษาหาย 62 ราย ส่งผลให้มียอดผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสมรวม 2,169 รายใน 66 จังหวัด เสียชีวิตรวม 23 ราย รักษาหายกลับบ้านได้แล้ว 674 ราย และยังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 1,472 ราย



สำหรับผู้เสียชีวิตเพิ่มในวันนี้
รายที่ 21 เป็นชายไทยอายุ 46 ปีมีประวัติเดินทางกลับมาจากกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ

รายที่ 22 เป็นชายสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 82 ปีมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ความดันเลือดสูง และมีความเสี่ยงร่วมงานเลี้ยงภายในสถานบันเทิงในอำเภอหัวหิน จ. ประจวบคีรีขันธ์ รวมถึงในสุขุมวิท ในกทม.

รายที่ 23 เป็นชายไทยอายุ 30 ปี อาชีพรับจ้างก่อสร้าง ดื่มสุราเป็นประจำ มีประวัติเดินทางจากจังหวัดพัทลุงมาทำงานที่ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม ก่อนมีอาการป่วยและเสียชีวิต เมื่อที่ 3 เมษายน รวมมีผู้เสียชีวิตสะสม 23 ราย





ขณะที่ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 102 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ
กลุ่มแรกเป็นผู้ที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยหรือสถานที่ที่พบผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 48 ราย มีทั้งสถานบันเทิง 2 ราย พิธีกรรมทางศาสนา 2 ราย และสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้ 44 ราย

กลุ่มที่สองเป็นกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 42 ราย เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 14 ราย สัมผัสกับผู้เดินทางจากต่างประเทศ 2 ราย ไปสถานที่ชุมชน 5 ราย อาชีพเสี่ยงในสถานที่แออัด 19 ราย และบุคลากรทางการแพทย์ 2 ราย

กลุ่มที่สามอยู่ระหว่างสอบสวนโรค 12 ราย โดยโฆษก ศบค.กล่าวว่า ขณะนี้ในประเทศไทยมีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 รวม 66 จังหวัด คงเหลือพื้นที่ปลอดเชื้อที่ยังตรวจไม่พบ 11 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร, ชัยนาท, ตราด, น่าน, บึงกาฬ, พังงา, พิจิตร, ระนอง, สตูล, สิงห์บุรี และ อ่างทอง โดยผู้ป่วยยืนยันสะสมสูงสุดคือ กรุงเทพมหานคร จำนวน 1,011 ราย



ในช่วงตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.ถึงวันที่ 4 เม.ย.63 มีผู้เสียชีวิตจำนวน 20 ราย มีสัญชาติไทยทั้งหมด เป็นชาย 18 ราย และหญิง 2 ราย อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 58.5 ปี (35-84 ปี) มีโรคประจำตัว ได้แก่ เบาหวาน 50% ความดันโลหิตสูง 35% ไตเรื้อรัง 15% ไขมันในเลือดผิดปกติ 15% โดยมีปัจจัยเสี่ยงเกี่ยวกับสนามมวย 5 คน, เดินทางมาจากต่างประเทศ 5 ราย, อาชีพเสี่ยง เช่น ขับรถแท็กซี่ ร้านอาหาร พนักงานขายของ 5 ราย

โฆษก ศบค.กล่าวว่า สาเหตุที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ เนื่องจากมีคนไทยที่ติดเชื้อมาจากต่างประเทศมากถึง 249 ราย ขณะที่สถานการณ์การติดเชื้อภายในประเทศในช่วง 7 วันล่าสุดของกรุงเทพฯ มีแนวโน้มลดลง ส่วนต่างจังหวัดมีแนวโน้มค่อนข้างคงที่

สำหรับความร่วมมือด้านการแพทย์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลได้จัดเตรียมเตียงไว้รองรับผู้ป่วยรวม 2,132 เตียง เป็นโรงพยาบาลทุกสังกัด 1,622 เตียง และการสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวและกีฬา 510 เตียง



ส่วนปัญหาความพร้อมที่จะรองรับผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศนั้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน โดยในส่วนของผู้ที่เดินทางออกไปจากสนามบิน 158 รายได้กลับมารายงานตัวครบแล้ว โดยในต่างจังหวัด 65 คนจะมีการกักตัวที่โรงพยาบาลและโรงแรมใน 27 จังหวัด ส่วนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอีก 93 คนจะมีการกักตัวในโรงแรม 2 แห่ง และเบื้องต้นกระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ 3 ราย

สำหรับการดำเนินมาตรการในช่วงเคอร์ฟิวนั้นมีการตั้งจุดตรวจคัดกรองทั่วประเทศ 634 จุด พบผู้กระทำผิดฝ่าฝืน การรวมกลุ่มมั่วสุมดื่มสุรา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตักเตือน 375 ราย และดำเนินคดี 325 ราย



หากมีข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับข่าวไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ทางเราจะรีบมาอัปเดตข้อมูลค่ะ



บทความแนะนำ




บทความ "ข่าว"



บันเทิงลูกตลกรวยที่สุดวันแม่เสก-โลโซรัชกาลที่10พัชราภาพระราชินีกำหนดการพระราชพิธีวันแม่12ส.ค.ข่าวกระแสกำหนดการพระราชพิธีดาราตลกข่าวสดพระนางเจ้าสิริกิติ์ข่าวดารากฏการนอนกับอั้มถอยบีเอ็ม3คันรวดข่าวใหม่กานต์ออกรถ3คันรวยลูกตลก